หน้าหลัก » ข่าวสุขภาพ มะเร็ง มะเร็งปากมดลูก » หมั่นตรวจแพ็ปสเมียร์ เพื่อเฝ้าระวังมะเร็งปากมดลูก

หมั่นตรวจแพ็ปสเมียร์ เพื่อเฝ้าระวังมะเร็งปากมดลูก

โพสโดย : pure | วันที่ : 4 July 2014
หมวดหมู่ : ข่าวสุขภาพ, มะเร็ง, มะเร็งปากมดลูก

หมั่นตรวจแพ็ปสเมียร์ เพื่อเฝ้าระวังมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกนั้น เป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในหญิงไทย ซึ่งรองลงมาก็คือมะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ สาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกนั้น เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ชนิด 16 และ 18 ผู้ที่มีความเสี่ยงก็ได้แก่ หญิงที่เปลี่ยนคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุยังน้อย มีสามีที่มีคู่นอนหลายคน จึงทำให้ได้รับเชื้อเอชพีวีจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ รวมไปถึงผู้ที่มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เอดส์ เริม หนองใน ซิฟิลิส ฯลฯ นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ การมีอนามัยที่ไม่ดี ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกอีกด้วย

โดยอาการของโรคมะเร็งปากมดลูกนี้ ได้แก่ มีเลือดออกจากช่องคลอดกะปริบกระปรอย มีตกขาวปนเลือด มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ และในระยะท้าย ๆ จะมีอาการขาบวม ปวดก้นกบ ปัสสาวะ อุจจาระเป็นเลือด ซึ่งหากรอจนถึงมีอาการระยะนี้แล้วอาจมีโอกาสในการรักษาให้หายได้เพียงร้อยละ 20-30 เท่านั้น มะเร็งปากมดลูกนี้ระยะแรกจะไม่มีอาการใดเลย แต่หากตรวจพบจะสามารถรักษาให้หายได้ถึงร้อยละ 70-80 เลยทีเดียว

การตรวจว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่นั้น ใช้วิธีแพ็ปสเมียร์ ที่สามารถตรวจได้ง่าย รวมไปถึงการผ่าตัดที่มาพร้อมกับรักษาและวินิจฉัยระยะของโรคไปด้วยในตัว หากตรวจพบมะเร็งปากมดลูกในระยะแรกหากทำการผ่าตัดจะรักษาโรคได้ถึงร้อยละ 80 แต่หากพบว่ามีการกระจายตัวแล้วต้องใช้การฉายรังสีเพื่อรักษาด้วย หากกระจายมากขึ้นอาจทำการรักษาด้วยเคมีบำบัดอีก การตรวจด้วยวิธีแพ็ปสเมียร์จึงจำเป็นมากและควรตรวจทุกหกเดือนสำหรับหญิงอายุ 18 ปีขึ้นไป

เดี๋ยวนี้การตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้นพบได้ในกลุ่มหญิงอายุน้อยลงไปเรื่อย ๆ อายุ 20 ก็ตรวจพบแล้ว การตรวจแบบแพ็ปสเมียนั้น อาจมีการตรวจภายในร่วมด้วย เพื่อตรวจบริเวณมดลูกว่ามีขนาดโตกว่าปกติ หรือมีเนื้องอกที่มดลูกหรือไม่ร่วมด้วย รวมไปถึงอวัยวะสืบพันธ์ทุกส่วน ฯลฯ หากพบสิ่งผิดปกติแพทย์อาจส่งตรวจพิเศษด้วยวิธีอื่นๆ เพิ่มเติม

ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงและมีอาการเริ่มต้นดังกล่าวมาแล้ว ควรหมั่นตรวจแพ็ปสเมียร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่หากพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นแล้วจะได้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที และป้องกันการลุกลามไปยังบริเวณอื่นอีกด้วยค่ะ

 

แสดงความคิดเห็น