Tags : โรคเอดส์

รู้จักการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ HIV

โพสเมื่อ : 8 April 2014 | 1 Comment

รู้จักการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ HIV วิธีการป้องกันโรคเอดส์ที่ดีที่สุด และทุกๆคนสามารถทำได้ คือ การใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และสิ่งที่ควรเลี่ยงต่อการติดเชื้อโรคเอดส์นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของเราด้วย แต่ที่สำคัญ เราต้องลดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคเอดส์ทั้งหมด เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และอีกหลายๆอย่าง  ในสมัยก่อยผู้ที่เป็นรักร่วมเพศ มักจะมีเปอร์เซ็นต์ติดเชื้อ HIV ได้มากกว่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ในปัจจุบันกลับพบว่า เชื้อ HIV พบได้ใน วัยรุ่น คนทำงาน ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น แม่บ้าน คือสามารถพบได้ทั่วๆไป ดังนั้นทุกคนเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV หากไม่ป้องกันหรือประมาท โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

อาการและแพร่กระจายของโรคเอดส์

โรคเอดส์กับการตั้งครรภ์

โพสเมื่อ : 8 April 2014 | No Comments

โรคเอดส์กับการตั้งครรภ์ โรคเอดส์กับการตั้งครรภ์ 1. หญิงที่ติดเชื้อเอดส์ ควรปล่อยให้ตั้งครรภ์หรือไม่ ไม่ควร เพราะการตั้งครรภ์อาจกระตุ้นให้หญิงที่ติดเชื้อนั้นมีอาการป่วยของโรคเอดส์เร็วขึ้น นอกจากนี้หากทารกคลอกออกมาก็มีโอกาสได้รับเชื้อจากแม่ได้ 2. อัตราเสี่ยงของทารกที่เกิดจากมารดาที่มีเชื้อเอดส์มีมากน้อยเพียงใด หญิงที่มีเชื้อเอดส์อยู่ในร่างกายสามารถแพร่เชื้อไปยังทารกในครรภ์ได้ประมาณ20-40? ของทารกที่เกิดมา และทารกที่ติดเชื้อจะมีอาการเป็นโรคเอดส์ และตายในเวลาประมาณ 2-5ปี ผู้ติดเชื้อเอดส์แล้วจะมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยได้หรือไม่ > ได้ แต่เนื่องจากเชื้อเอดส์ออกมากับน้ำหลั่งจากอวัยวะเพศ เช่น น้ำจากช่องคลอด น้ำอสุจิ จึงทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อเอดส์ไปยังคู่นอนได้ ผู้ที่ติดเชื้อควรทราบความจริง มีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์และแนวทางการปฏิบัติตัวที่จะไม่ให้เชื้อเอดส์แพร่ไปสู่ผู้อื่นได้เช่น ใช้ถุงยางอนามัยในการร่วมเพศโดยแน่ใจว่าถุงยางนั้น ไม่ชำรุด และปฏิบัติตามหลักการ “การมีเพศสัมพันธ์อย่าง ปลอดภัย” เป็นต้น

ความเป็นมาของโรคเอดส์

โพสเมื่อ : 8 April 2014 | 1 Comment

ความเป็นมาของโรคเอดส์ ความเป็นมาของโรคเอดส์ 1. โรคเอดส์ค้นพบเมื่อใดโรคเอดส์เป็นโรคที่ค้นพบ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพบว่าผู้ป่วยรายแรกที่พบนี้มีอาการป่วยที่แตกต่างจากผู้ป่วยอื่นๆและมีภูมิคุ้มกันปกติ และต่อมาได้พบผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการเช่นเดียวกับผู้ป่วยรายนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 2. โรคเอดส์มีต้นกำเนิดมาจากประเทศใด มีหลักฐานรายงานว่าโรคเอดส์มีต้นกำเนิดมาจากประเทศ ในทวีปแอฟริกา ซึ่งเชื่อกันว่ามีผู้ป่วยตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2520 แล้วมีการแพร่กระจายไปยังเกาะไฮติ ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของทวีปอเมริกา ต่อมามีการแพร่ระบาดขึ้นในทวีปอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี และประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย เช่น นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก แล้วจึงมีการแพร่กระจาย ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยจนถึงปัจจุบันมีรายงานว่ามีมากกว่า 163 ประเทศที่พบโรคเอดส์ในประเทศของตนแล้ว

ทารกหญิงของสหรัฐ ให้ความหวังแพทย์ที่รักษา จนเด็กหายจากโรคเอดส์

โพสเมื่อ : 7 April 2014 | No Comments

ทารกหญิงของสหรัฐ ให้ความหวังแพทย์ที่รักษา จนเด็กหายจากโรคเอดส์ น.พ. Anthony Fauci ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคเอดส์ของสหรัฐฯ กล่าวว่าเรื่องนี้มีนัยสำคัญทางการแพทย์ เพราะแสดงว่าการเร่งรักษาผู้รับเชื้อเอดส์โดยทันทีและอย่างแข็งขันอาจช่วยให้บุคคลนั้นปลอดจากเชื้อเอดส์ได้โดยไม่จำเป็นต้องกินยาต้านเอดส์ไปตลอดชีวิต และแสดงความหวังว่าวิธีดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กทารกในประเทศกำลังพัฒนาที่ติดเชื้อเอดส์จากมารดา อย่างไรก็ตาม น.พ. Anthony Fauci เตือนว่าผลของเรื่องนี้ยังไม่แน่ชัดในกลุ่มผู้ใหญ่ เนื่องจากคนทั่วไปที่ติดเชื้อเอดส์นั้นมักไม่รู้ตัวจนกระทั่งเวลาผ่านไปแล้วหลายสัปดาห์หรือเป็นปี ทำให้เชื้อ HIV ฝังตัวและแพร่กระจายในร่างกายมากกว่า ทำให้ยากต่อการรักษากว่ากรณีของเด็กทารกผู้นี้ซึ่งแพทย์ได้ทราบและเร่งให้การรักษาได้ทัน น.พ. Anthony Fauci กล่าวด้วยว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้เพิ่มเติมเพื่อให้ทราบผลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีการเปิดเผยรายงานในที่ประชุมเรื่องไวรัสและโรคติดเชื้อประเภทฉวยโอกาสที่นครแอตแลนต้าของสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม ว่าทารกเพศหญิงคนหนึ่งในรัฐมิสซิสซิปปี้ทางใต้ของสหรัฐฯ หายขาดจากโรค

แอฟริกาใต้ เริ่มใช้ยาต้านไวรัส HIV ควบคู่ ยาต้านไวรัสชนิดอื่นๆ

โพสเมื่อ : 7 April 2014 | 1 Comment

แอฟริกาใต้ เริ่มใช้ยาต้านไวรัส HIV ควบคู่ ยาต้านไวรัสชนิดอื่นๆ ในศูนย์บำบัดผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยยาต้านไวรัสศูนย์เล็กๆ ทางเหนือของเมือง Pretoria แอฟริกาใต้แห่งนี้ ผู้หญิงชาวแอฟริกาใต้คนหนึ่งกำลังอ่านป้ายรณรงค์ส่งเสริมการบำบัดเอดส์ด้วยยาเม็ดชนิดใหม่ ป้ายนี้เขียนว่ายาต้านไวรัสเอดส์แบบกินเม็ดเดียวแต่ได้ผลเท่ากับยาต้านไวรัสเอดส์แบบกินทีละสามเม็ด และสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศแอฟริกาใต้แล้ว การบำบัดเอดส์ด้วยยาเม็ดเดี่ยวจะทำให้ชีวิตประจำวันของพวกเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ปัจจุบันแอฟริกาใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสเอดส์มากที่สุดในโลกและทางการประเทศนี้หวังว่าการรักษาเอดส์ด้วยยาเม็ดแบบกินเม็ดเดียวต่อวันนี้จะช่วยให้ประเทศสามารถรักษาผู้ป่วยได้จำนวนมากขึ้น รัฐบาลประเทศแอฟริกาใต้ได้เริ่มนำยาต้านไวรัสเอดส์ตัวใหม่ออกมาใช้กับผู้ป่วยแล้วเมื่อวันที่หนึ่งเมษายนที่ผ่านมา แทนที่ผู้ป่วยต้องรับประทานยาต้านไวรัสครั้งละสามเม็ด สองครั้งต่อวันเหมือนเคย พวกเขาจะรับประทานยาตัวใหม่แต่วันละเม็ดเท่านั้น รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอาฟริกาใต้กล่าวว่าทางการอาฟริกาใต้ตั้งเป้าว่าจะใช้ยาต้านไวรัสตัวใหม่รักษาผู้ป่วยได้หนึ่งแสนแปดหมื่นคนภายในช่วงสามเดือนเเรก แอฟริกาใต้มีผู้ติดเชื้อเอดส์ 1 ล้าน 6 แสนคน ถือเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วโลก  

คลีนิคนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

AVAC เผย ปี 2556 เป็นปีสำคัญในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเอดส์

โพสเมื่อ : 11 January 2014 | 1 Comment

AVAC เผย ปี 2556 เป็นปีสำคัญในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเอดส์ AVAC เปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวีใหม่ทั่วโลก สองล้านห้าแสนคนในปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เป็นไปในแนวทางที่ดี เพราะมีการติดเชื้อใหม่ที่ลดลง ต่อไปทาง AVAC จะทำงานต่อต้านโรคเอดส์ และการระบาดของโรคเอดส์ไม่ให้เพิ่มขึ้นอีกต่อไป ในช่วงปีที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อได้ลดลงอย่างมาก ทำให้เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ ที่จะช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ และจะช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการบำบัด ซึ่งจะส่งผลให้การระบาดของไวรัสนี้ ลดลงมาเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม งานต่อต้านโรคเอดส์จะบรรลุไปได้ เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนๆ ต้องร่วมกันอย่างแข็งขัน รวดเร็วและต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เขากล่าวว่าการเอาชนะโรคเอดส์หรือการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ปลอดเอดส์เป็นเป้าหมายที่ทำได้ยาก ต้องใช้ความพยายามและเวลายาวนาน เกี่ยวข้องกับการวางแผนยุทธการในการทำงานที่นำ ไปปฏิบัติได้จริง

ยา Tenofovir ยาต้านโรคเอดส์ ที่สามารถลดความเสี่ยงได้สูงถึง 49%

รายงานการศึกษาเรื่องโรค AIDS พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เพิ่มขึ้น

โพสเมื่อ : 7 January 2014 | 1 Comment

รายงานการศึกษาเรื่องโรค AIDS พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เพิ่มขึ้น รายงานการศึกษาเรื่องโรค AIDS ใน 187 ประเทศทั่วโลกกล่าวว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศที่ไปสำรวจ มีอัตราการเสียชีวิตเพราะโรคนี้เพิ่มขึ้น สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น หลายประเทศประสบความสำเร็จ แต่อีกหลายประเทศ ซึ่งรวมทั้งอินโดนีเซีย เวียตนาม และฟิลิปปินส์ดูอนาคตไม่สดใส ลักษณะการแพร่ระบาดของโรค AIDS ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แตกต่างไปจากแอฟริกา โดยเฉพาะในตอนใต้ของทะเลทรายซะฮาร่า ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรคโดยทั่วไป ในทุกกลุ่มคน ในขณะที่การแพร่ระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีลักษณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า การระบาดแบบเข้ม กล่าวคือเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่ม เช่นกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศ ผู้ที่ฉีดยาเสพติด และผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน จากการศึกษาในเรื่องนี้พบว่า อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นใน

หน้า 3 ทั้งหมด 4 หน้า1234