Tags : ไข้เลือดออก

ช่วงที่อากาศอบอุ่นขึ้น ให้ระวังไข้เลือดออก

โพสเมื่อ : 29 August 2014 | No Comments

ช่วงที่อากาศอบอุ่นขึ้น ให้ระวังไข้เลือดออก นอกจากช่วงหน้าฝนแล้ว ช่วงที่อากาศอบอุ่นขึ้นอย่างในช่วงหน้าหนาวต่อหน้าร้อนนั้น มีผลต่อการเพิ่มจำนวนยุงลายซึ่งเป็นพาหะของเชื้อไข้เลือดออกอีกด้วยเช่นกัน ในระยะนี้จึงเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ควรเฝ้าระวังและกำจัดต้นตอของยุงลาย เพื่อตัดตอนการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกมากขึ้นในทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะป่วยเป็นไข้เลือดออกมากที่สุด เพราะมีพฤติกรรมเสี่ยงในการถูกยุงกัด เช่น การไปนั่งเล่นเกมส์ในร้านอับทึบ หมกตัวอยู่คนเดียวในห้องทึบ ๆ หรืออยู่ในสถานบันเทิงเป็นเวลานาน อีกทั้งในบ้านก็ยังกรุมุ้งลวดทำให้อับลม เมื่อยุงลายเล็ดลอดเข้าไปภายในบ้าน ก็จะพัฒนาตัวเองโดยหาที่วางไข่ตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอห่าน ข้อต่อน้ำทิ้ง ใต้ซิงค์หรืออ่างล้างมือ ดังนั้นหากสังเกตได้ว่ามียุงบินในบ้าน ก็เป็นสัญญาณเตือนว่ามีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านแน่นอน ควรรีบกำจัดทันที โดยการล้างภาชนะขังน้ำและควรเทราดซิงค์ด้วยน้ำต้มเดือดทุก ๆ สัปดาห์ด้วย โรคไข้เลือดออกนี้สามารถติดเชื้อได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถือเป็นโรคที่อาจเป็นอันตรายได้หากไม่ได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์

เดินลุยน้ำช่วงหน้าฝน ระวังโรคฉี่หนู

โพสเมื่อ : 18 August 2014 | No Comments

เดินลุยน้ำช่วงหน้าฝน ระวังโรคฉี่หนู ในหน้าฝนของทุกปีนั้น นอกจากโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออกทั้งหลายแล้ว โรคที่ควรระวังอีกโรคหนึ่งก็คือ โรคฉี่หนู หรือ เลปโตสไปโรสิส นั่นเอง เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่คนได้ โดยสัตว์ที่เป็นพาหะพบได้บ่อยก็คือหนูทุกชนิด โดยเชื้อโรคจะมาจากปัสสาวะของหนู แต่ก็สามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นด้วยเช่น หมู วัว ควาย ม้า แกะ แพะ นก กระรอก หมา แมว ฯลฯ เมื่อสัตว์ที่มีเชื้อเหล่านี้ฉี่ลงในแหล่งน้ำที่เราไปเหยียบย่ำเข้า เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังที่มีบาดแผลหรือเยื่อบุอ่อน ๆ หรือจากการกินน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน

นอกจากไข้เลือดออก ยังมีโรคชิคุนกุนยา ที่ต้องระวังในฤดูฝนด้วย

โพสเมื่อ : 18 August 2014 | No Comments

นอกจากไข้เลือดออก ยังมีโรคชิคุนกุนยา ที่ต้องระวังในฤดูฝนด้วย ในฤดูฝนของทุกปีนั้น เรามักจะตื่นตระหนักและเฝ้าระวังแต่โรคไข้เลือดออก แต่ความจริงแล้วยังมีอีกหนึ่งโรคที่มีอาการใกล้เคียงกับไข้เลือดออกแล้วยังมียุงลายเป็นพาหะเช่นเดียวกันด้วย โรคนั้นก็โรคชิคุนกุนยานั่นเอง แม้ชื่อจะคล้ายภาษาญี่ปุ่น แต่ความจริงแล้วโรคนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา และชื่อชิคุนกุนยาก็เป็นภาษาของชาวพื้นเมืองของประเทศแทนซาเนียและโมซัมบิกแปลว่า ปวดเข้ากระดูก โดยโรคนี้พบครั้งแรกในประเทศแอฟริกาในปะ 2498 และระบาดไปหลายประเทศ โดยการแพร่เชื้อจากลิงบาบูนสู่คน และคนสู่คน โดยมียุงลายเป็นพายหะของโรค เริ่มระบาดเข้ามาในทวีปเอเชียราวปีด 2506 และยังแพร่กระจายเข้าไปในปากีสถาน สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยสันนิษฐานว่ามีจากการแรงงานชาวอินเดีย ที่มาค้าแรงงานข้ามชาติ อาการของโรคชิคุนกุนยาจะค่อนข้างคล้ายกับไข้เลือดออก คือ มีไข้สูงเฉียบพลัน มีผื่นตามตัว ตาแดง ปวดตามข้อหรือข้ออักเสบ

เฝ้าระวังเด็กมีไข้ช่วงหน้าฝน อาจเป็นไข้เลือดออก

โพสเมื่อ : 18 August 2014 | No Comments

เฝ้าระวังเด็กมีไข้ช่วงหน้าฝน อาจเป็นไข้เลือดออก ในช่วงหน้าฝนที่มีอุณหภูมิเย็นลง เด็ก ๆ มักมีอาการเป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหล กันอยู่บ่อย ๆ แต่อย่างไรก็เป็นช่วงที่ควรระมัดระวังให้มากกว่าช่วงอื่นของปีเพื่อในระยะนี้จะเป็นช่วงที่มี ไข้เลือดออก ระบาดได้มาก ไข้เลือดออกนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ หากยุงลายไปกัดคนที่เป็นไข้เลือดออกอยู่แล้วไปกัดคนอื่น ๆ ต่อก็จะเป็นการแพร่กระจายเชื้อไปเรื่อย ๆ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2-7 วัน จากนั้นผู้ป่วยก็จะมีไข้สูงแบบเฉียบพลัน เบื่ออาหาร หน้าแดง ตัวแดง ปวดหัว และอาจจะมีผื่นหรือจุดแดงขึ้นตามลำตัว ร่วมกันอาการคลื่นไส้อาเจียน และปวดท้องร่วมด้วย บางคนก็มีเลือดกำเดาไหล

ใครที่ควรช่วยกันป้องกันโรคไข้เลือดออก

โพสเมื่อ : 18 August 2014 | No Comments

ใครที่ควรช่วยกันป้องกันโรคไข้เลือดออก  ไข้เลือดออกนั้น ทุกวันนี้ก็ยังไม่มียาใดที่รักษาได้ หรือแม้แต่วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกก็ยังไม่มีเช่นกัน ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือต้องกำจัดการแพร่พันธุ์ของยุง และคนที่ควรช่วยกันป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ดีที่สุดก็คือตัวเราเองและคนในชุมชนทุกคน ด้วยการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมมิให้เหมาะสมกับการขยายพันธุ์ของยุงต่อไป – จัดการภาชนะที่มีน้ำขังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกะละมัง บ่อ แทงค์น้ำถังน้ำ ที่อาจจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงได้ ให้จัดการปิดฝาและหมั่นตรวจสอบลูกน้ำยุงลายสม่ำเสมอ – ตรวจสอบรอยรั่วของท่อน้ำ แท่งน้ำเหล่านี้ด้วยว่ามีน้ำรั่วบ้างหรือไม่โดยเฉพาะในหน้าฝน – ขารองโต๊ะ ขารองตู้ทั้งหลาย น้ำในแจกัน ควรเปลี่ยนทุกอาทิตย์ หรืออาจจะผสมทราย เกลือ ลงไปเพื่อป้องกันลูกน้ำ – ตรวจสอบถาดรองน้ำตู้เย็น แอร์ เครื่องทำน้ำเย็น

มาตรการ 7 ป. เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก

โพสเมื่อ : 13 August 2014 | No Comments

มาตรการ 7 ป. เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็สามารถเป็นโรคไข้เลือดออกได้ทั้งนั้น ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝน ตกๆ หยุด ๆ อย่างต่อเนื่องนี่ ทำให้เกิดน้ำขังทั่วไปทั้งบริเวณบ้านและตามที่สาธารณะต่าง ๆ ยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกจึงแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว หากบริเวณบ้านหรือในชุมชนเราป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้ว ก็ยากจะบอกได้ว่าใครจะเป็นรายต่อไป อาจเป็นญาติพี่น้องหรือตัวเองด้วยก็ได้ หากในระยะที่ฝนตกชุกนี้เราเกิดเป็นไข้ขึ้นมา หากต้องการใช้ยาลดไข้ก็ควรใช้แต่พาตาเซตามอลเท่านั้น หากเป็นยาแอสไพรินอาจทำให้เลือดออกในร่างกายมากขึ้นจนเกิดอาการช็อกได้ แต่ยาพาราเซตตามอลก็ควรใช้แต่พอดี หากไข้ยังไม่ลดก็ควรใช้การเช็ดตัวเข้ามาช่วยหากยังไม่ถึงเวลาทานยา ควรดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำหวาน น้ำเกลือแร่ให้มากเพื่อให้ร่างกายสดชื่นขึ้น ให้ผ็ป่วยได้นอนพักผ่อนมาก ๆ แต่หากมีอาการไข้เกินสองวัน กินอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย อ่อนเพลีย ซึม อาเจียน

การระวังป้องกันและรักษาโรคติดต่อจากยุงในเบื้องต้น

โพสเมื่อ : 28 July 2014 | No Comments

การระวังป้องกันและรักษาโรคติดต่อจากยุงในเบื้องต้น โรคติดต่อจากยุงที่พบมากในภูมิภาคของเรานั้นก็ได้แก่ โรคไข้เลือดออก และไข้มาลาเรีย ยิ่งในฤดูฝนต่อฤดูหนาวแล้วก็ยิ่งพบได้บ่อยด้วย โรคไข้เลือดออกนั้นจะมีอาการไข้สูงตลอดเวลา หน้าแดงตาแดง ปวดท้อง อาเจียน มีผื่นหรือมีจุดจ้ำแดงขึ้นตามตัว ส่วนไข้มาลาเรียนั้น มักจะมีอาการจับไข้หนาวสั่นเป็นบางเวลา ทุกวัน หรือวันเว้นวันก็ได้ บางครั้งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มียุงมากได้ ก็ควรป้องกันตัวเองดังต่อไปนี้ค่ะ – ไม่ควรให้ยุงกัด ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม ควรนอนกางมุ้ง สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ห่มผ้าหนา ๆ ใช้กับดักยุง ทายากันยุง หรือใช้ตะไคร้หอม หรือใบกะเพราะดำคั้นน้ำมาทาตามลำตัวเพื่อไล่ยุง – ในบริเวณที่พักอาศัยและในชุมชน

7 มาตรการเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกจากยุงลาย

โพสเมื่อ : 24 July 2014 | No Comments

7 มาตรการ เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกจากยุงลาย ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงมากกว่าในช่วงอื่น เพราะเป็นช่วงฤดูฝนที่เมื่อฝนตกลงมาแล้วมีน้ำขังเฉอะแฉะ ยุงลายจึงบินมาวางไข่ได้มากขึ้น ยิ่งหากมีใครสักคนในชุมชนป่วยเป็นไข้เลือดออกขึ้นแล้ว ก็ยากจะคาดเดาจำนวนผู้ป่วยที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ หากในครอบครัวมีผู้ป่วยเกิดเป็นไข้ เมื่อยเนื้อตัวควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลเท่านั้น หากใช้ยาลดไข้ตัวอื่น และหากผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออก อาจกระตุ้นให้เลือดออกในร่างกายมากขึ้นจนช็อกและอันตรายได้ นอกจากนี้แล้วก็ให้ดูแลเหมือนผู้ป่วยเป็นไข้ทั่วไป แต่หากมีอาการซึม อ่อนเพลีย ปวดท้อง อาเจียนมาก ตัวเย็นผิดปกติ ก็ควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล สิ่งที่สำคัญมากสำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ก็คือการดูแลสภาพแวดล้อมมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย โดยการร่วมมือกันระหว่างคนในชุมชน หมู่บ้าน ด้วยมาตรการ 7 ป. ดังต่อไปนี้

หากสงสัยว่าตนเองเป็นไข้เลือดออกจะรักษาอย่างไรดี

โพสเมื่อ : 23 July 2014 | No Comments

หากสงสัยว่าตนเองเป็นไข้เลือดออกจะรักษาอย่างไรดี ในฤดูฝนต่อฤดูหนาวนั้น เป็นช่วงเวลาที่ไข้เลือดออกระบาดมาก ยิ่งโดยเฉพาะเด็กที่มีอายุ 5-14 ปีแล้วยิ่งติดเชื้อและป่วยได้ง่ายมากกว่าเด็กโตและผู้ใหญ่ ตามแหล่งน้ำขังต่าง ๆ มักเป็นที่วางไข่ของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค หากคนในบ้านหรือหมู่บ้านป่วยเป็นไข้เลือดออกขึ้นมา ก็มักจะเพิ่มจำนวนผู้ป่วยขึ้นไปเรื่อย ๆ ดังนั้นหากมีอาการเป็นไข้ ปวดเมื่อเนื้อตัวในช่วงเวลาที่ไข้เลือดออกระบาดแบบนี้ ควรทานยาลดไข้แก้ปวดชนิดพาราเซตามอลเท่านั้น หากใช้ยาตัวอื่นอาจทำให้ผู้ป่วยช็อกได้ ไข้เลือดออกนี้เมื่อยุงที่มีเชื้อมากัดคนจะปล่อยเชื้อเข้าสู่ร่างกายและใช้เวลาฟักตัวอยู่ราว 5-8 วัน จึงแสดงอาการ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสามระยะดังนี้ 1. ระยะไข้สูง ประมาณ 2-7 วัน มักมีอาการปวดหัว ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามข้อและตามเนื้อตัว เบื่ออาหาร

อาการของไข้เลือดออกแอฟริกันสองสายพันธุ์ (African Hemorrhagic Fever)

หน้า 1 ทั้งหมด 2 หน้า12