Tags : โรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน หรือโรคสั่นสันนิบาต

โพสเมื่อ : 18 September 2014 | 4 Comments

โรคพาร์กินสัน หรือโรคสั่นสันนิบาต โรคพาร์กินสัน เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการแพทย์ตั้งแต่ราวสองร้อยปีก่อน โดยในอดีตมักเข้าใจว่าโรคนี้มีความผิดปกติที่ไขสันหลัง แต่ปัจจุบันนี้ทราบชัดแล้ว่า พยาธิสภาพของโรคพาร์กินสัน เกิดขึ้นที่เนื้อสมองส่วนลึก ในระยะแรก ๆ ของโรคแพทย์จะยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ แต่เมื่อติดตามผู้ป่วยไปสักระยะหนึ่งอาการต่าง ๆ ก็จะปรากฎชัดเจนขึ้น กลไกการเกิดโรคพาร์กินสันนั้น เกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมองก็คือ โดพามีน และอะซิทิลโคลีน โดยปกติจะอยู่ในสภาวะสมดุล แต่เมื่อเซลล์สมองที่สร้างโดพามีนตายไปก็จะเสียสมดุล จนทำให้ร่างกายเสียสมดุล เคลื่อนไหวผิดปกติ จนกลายเป็นโรคพาร์กินสัน ซึ่งอาการทางระบบประสาทที่โดดเด่นของพาร์กินสันมีอยู่สามประกอรได้แก่ อาการเกร็ง สั่น และเคลื่อนไหวได้ช้า แนวทางในการรักษาโรคพาร์กินสัน มีหลักก็คือต้องเพิ่มระดับของสารโดพามีนในสมอง

10 สาเหตุใหญ่ ๆ ของโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ

โพสเมื่อ : 7 August 2014 | No Comments

10 สาเหตุใหญ่ ๆ ของโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ เมื่อคนเราก้าวเข้าสู่วัยชรานั้น ความเสื่อมโทรมก็มาเยือนเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่ระบบประสาทก็เป็นจุดที่สามารถเสื่อมได้ไม่แตกต่างจากอวัยวะอื่น ๆ ทำให้เกิดโรคพาร์กินสันขึ้นได้ ส่งผลให้เกิดอาการสั่นเกร็ง และเคลื่อนไหวได้ช้า มักมีสาเหตุดังต่อไปนี้ 1. ความเสื่อมชราของสมอง เซลล์สมองที่สร้างสารโดพามีนลดจำนวนลง พบมากในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปทั้งสองเพศ เป็นกลุ่มที่ไม่มีสาเหตุจำเพาะแน่นอนและเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดด้วย 2. ยากล่อมประสาท หรือยานอนหลับที่ออกฤทธิ์กดการสร้างสารโดพามีน พบได้ในผู้ป่วยจิตเวชที่ต้องรับยาชนิดนี้เพื่อป้องกันการคลุ้มคลั่งและอาการอื่น ๆ ทางประสาท 3. ยาลดความดันโลหิตสูง ในอดีตมียาลดความดันโลหิตที่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลางทำให้สมองลดการสร้างโดพามีน แต่ยาลดความดันโลหิตในระยะหลัง ๆ

ผู้สูงวัยกับโรคพาร์กินสัน

โพสเมื่อ : 15 July 2014 | No Comments

ผู้สูงวัยกับโรคพาร์กินสัน โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่พบได้มากในผู้สูงอายุ ทำให้มีการเคลื่อนไหวได้น้อยลง ช้าลงและร่างกายสั่นเกร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะท้าย ๆ ก็จะมีอาการสมองเสื่อมร่วมด้วยได้ ซึ่งสาเหตุสำคัญของโรคนี้ เกิดจากการลดลงของสารโดพามีนในสมอง เพราะสมองส่วนที่ทำหน้าที่สร้างสารนี้ทำงานน้อยลง สามารถเกิดขึ้นได้เอง และพบได้บ่อยที่สุด อีกทั้งยังมีสาเหตุอื่น ๆเช่น ความผิดปกติในสมองจากหลอดเลือดอุดตัน การกินยาบางชนิด การมีหลอดเลือดสมองแตก ฯลฯ และในอนาคตนั้นสังคมไทยจะเป็นสังคมของผู้สูงวัยมากขึ้น เพราะหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้หญิงไม่แต่งงานมีมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือการมีลูกน้อยลง ผู้สูงวัยจึงจำเป็นต้องพึ่งตนเองให้มากขึ้นด้วยยึดหลัก 3 อ. ได้แก่ 1. อารมณ์และสุขภาพจิต หมั่นออกำลังกายเป็นนิจ เพื่อช่วยให้สุขภาพจิตดี

รู้จักกับโรคพาร์กินสัน

โพสเมื่อ : 15 July 2014 | No Comments

รู้จักกับโรคพาร์กินสัน โรคพาร์กินสันนั้นเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายมีอาการเกร็ง สั่นและเคลื่อนไหวได้ช้า มีสาเหตุมาจาก 1. ความเสื่อมสภาพของสมอง ทำให้เซลล์สมองส่วนที่สร้างสารโดพามีนซึ่งทำหน้าที่ในการสั่งการให้ร่างกาย เคลื่อนไหว มีจำนวนที่ลดลง พบมาในกลุ่มที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด 2. หลอดเลือดในสมองอุดตัน ทำให้เซลล์ที่สร้างโดพามีนน้อยลง 3. เกิดจากสารพิษมาทำลายสมอง เช่น พิษจากคาร์บอนมอนนอกไซด์ หรือแมงกานีนในโรงงานถ่ายไฟฉาย 4. สมองขาดออกซิเจนในกรณีที่จมน้ำ ถูกบีบคอ หรือการอุดตันของทางเดินหายใจจากเสมหะหรืออาหาร 5. สมองถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ 6. สมองเกิดการอักเสบ 7.

กลูต้าไทโอนทำให้ผิวขาวใสได้จริงหรือ?

โพสเมื่อ : 20 June 2014 | 1 Comment

กลูต้าไทโอนทำให้ผิวขาวใสได้จริงหรือ? กลูต้าไทโอนเป็นสารที่พบได้ในพืช ผัก ผลไม้ทั่วไป รวมทั้งเนื้อสัตว์ด้วย แหล่งของกลูต้าไทโอนที่พบได้มากได้แก่ อะโวคาโด หน่อไม้ฝรั่ง สตรอเบอ์รี่ มะเขือเทศ ส้ม บร็อกโคลี่ ผักโขม เกรปฟรุต ฯลฯ และกลูต้าไทอนนี้ยังพบได้ในเซลล์ตับของเราเอง ซึ่งมนุษย์ผลิตได้เองตามธรรมชาติ แต่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น กลูต้าไทโอนเป็นกรดอมิโนที่สำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายได้ ช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกายด้วย นอกจากนี้แล้วยังเป็นสารที่นำมารักษาโรคข้ออักเสบ มะเร็ง พาร์กินสัน โรคตับ โรคไต โรคเอดส์ รักษาอาการหูตึงจากเสียงดัง รักษาภาวะเป็นหมันในเพศชายได้ ส่วนที่ทานแล้วผิวขาวขึ้นนั้นเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น