Tags : หลอดเลือดสมองแตก

ป้องกันตัวเองจากอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต

โพสเมื่อ : 22 August 2014 | 148 Comments

ป้องกันตัวเองจากอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ทุกปีจะมีคนเสียชีวิตจากอาการอัมพาตถึงกว่าปีละหกล้านคน มากกว่าการตายจากโรคเอดส์ วัณโรคและมาเลเรียรวมกันเสียอีก เฉพาะในประเทศไทยเองมีคนตายจากโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉลี่ยถึงวันละเกือบ 40 ราย หากคุณไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น ก็ควรมาทำความรู้จักกับโรคนี้และหาวิธีป้องกันไว้ก่อนดีกว่า โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมองนี้เป็นโรคที่เกิดจากการที่สมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ทำให้สูญเสียการควบคุมการทำงานของร่างกาย แบ่งออกเป็นหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน และอีกชนิดก็คือหลอดเลือดสมองแตก ผู้ที่มีความเสี่ยงมากก็จะเป็นในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง มีกรรมพันธ์เป็นโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มคนอ้วน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย รวมไปถึงผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำและผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วย ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวมานี้ควรใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น จะป้องกันได้กว่าร้อยละ 80 ควรปฏิบัติตามดังต่อไปนี้ 1. ควบคุมน้ำหนักตัวอย่าให้อ้วนเกินมาตรฐาน โดยให้มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ที่ 18.5-22.9

โรคลมปัจจุบัน หรืออัมพาตครึ่งซีกจะป้องกันได้อย่างไร

โพสเมื่อ : 29 July 2014 | No Comments

โรคลมปัจจุบัน หรืออัมพาตครึ่งซีกจะป้องกันได้อย่างไร โรคลมปัจจุบัน หรือ โรคหลอดเลือดสมอง หรืออาจเรียกว่า โรคลมอัมพาต หรืออัมพาตครึ่งซีกก็ได้นั้น คืออาการที่แขนขาซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง เป็นอัมพาตขึ้นมาแบบฉับพลัน เมื่อเป็นขึ้นมาควรรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน จะช่วยให้หายเป็นปกติหรือลดความรุนแรงของโรคไปได้ โดยโรคนี้นั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งพบได้กว่าร้อยละ 80 และโรคหลอดเลือดสมองแตกพบได้ราวร้อยละ 20 มีภาวะที่อันตรายอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างรวดเร็วได้ แต่ละอาการนั้นมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกัน ได้แก่ 1. โรคหลอดเลือดสมองตีบ มักเป็นผู้ที่มีประวัติเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่จัด ดื่มเหล้า เบียร์

หลักการใช้ชีวิตที่ดี เพื่อดูแลความดันโลหิต ให้อยู่ในระดับมาตรฐาน

โพสเมื่อ : 18 July 2014 | No Comments

หลักการใช้ชีวิตที่ดี เพื่อดูแลความดันโลหิต ให้อยู่ในระดับมาตรฐาน เพราะการใช้ชีวิตในรูปแบบปัจจุบัน ทั้งโภชนาการที่ล้นเกิน และอบายมุขทั้งหลาย ทำให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นทุกปีกว่าปีละเกือบล้านคน โรคนี้ทำให้เส้นเลือดแข็งตัว มีความยืดหยุ่นน้อยลง ความเร็วของการไหลเวียนโลหิต ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หลอดเลือดสมองแตกหรือหลอดเลือดสมองตีบ และอาจมีโอกาสเป็นโรคไตวายได้ โรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่อาจทำลายชีวิตคนได้ตลอดเวลา เราจึงควรดูแลร่างกายตัวเองแต่เนิ่น ๆ ดังนี้ หลักข้อแรก ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในมาตรฐาน ควรรักษาค่าดัชนีมวลกายไว้อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร หลักข้อที่สอง ทานอาหารและเลือกทานเฉพาะที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่การกินอาหารที่มีปริมาณสัดส่วนสารอาหารที่พอเพียงต่อร่างกาย ลดอาการที่มีรสชาติหวาน ทานแป้งและน้ำตาลแต่พอดี ลดอาหารที่มีไขมันสูง เพิ่มสัดส่วนของผักและผลไม้ที่มีรสหวานให้น้อยลง ทานธัญพืชให้เป็นประจำ

ผู้สูงวัยกับโรคพาร์กินสัน

โพสเมื่อ : 15 July 2014 | No Comments

ผู้สูงวัยกับโรคพาร์กินสัน โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่พบได้มากในผู้สูงอายุ ทำให้มีการเคลื่อนไหวได้น้อยลง ช้าลงและร่างกายสั่นเกร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะท้าย ๆ ก็จะมีอาการสมองเสื่อมร่วมด้วยได้ ซึ่งสาเหตุสำคัญของโรคนี้ เกิดจากการลดลงของสารโดพามีนในสมอง เพราะสมองส่วนที่ทำหน้าที่สร้างสารนี้ทำงานน้อยลง สามารถเกิดขึ้นได้เอง และพบได้บ่อยที่สุด อีกทั้งยังมีสาเหตุอื่น ๆเช่น ความผิดปกติในสมองจากหลอดเลือดอุดตัน การกินยาบางชนิด การมีหลอดเลือดสมองแตก ฯลฯ และในอนาคตนั้นสังคมไทยจะเป็นสังคมของผู้สูงวัยมากขึ้น เพราะหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้หญิงไม่แต่งงานมีมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือการมีลูกน้อยลง ผู้สูงวัยจึงจำเป็นต้องพึ่งตนเองให้มากขึ้นด้วยยึดหลัก 3 อ. ได้แก่ 1. อารมณ์และสุขภาพจิต หมั่นออกำลังกายเป็นนิจ เพื่อช่วยให้สุขภาพจิตดี

ทำความรู้จักกับ…โรคสะเก็ดเงิน

เส้นเลือดในสมองแตก.. สาเหตุและการป้องกัน

โพสเมื่อ : 26 June 2014 | No Comments

เส้นเลือดในสมองแตก.. สาเหตุและการป้องกัน อาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมองนั้นเป็นอาการที่ทำให้ ขา แขน หน้าด้านใดด้านหนึ่งเกิดความรู้สึกชา อ่อนแรง ควบคุมไม่ได้ เคลื่อนไหวลำบาก อย่างกะทันหัน สาเหตุก็เกิดจากหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองตีบตัน หรือหลอดเลือดแดงแตกทำให้เนื้อสมองขาดออกซิเจน และอาหาร เนื้อสมองจึงเสียหาย หากไม่รีบรักษาเนื้อสมองจะตาย ทำให้พิการอย่างถาวร ซึ่งสาเหตุได้แก่ 1. หลอดเลือดแดงในสมองตีบแข็งหรือเสื่อม เกิดจากการสะสมของไขมันที่ผนังด้านใน ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแข็ง ขาดความยืดหยุ่น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญก็คือการทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่ยอมออกกำลังกาย สูบบุหรี่ เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นต้น 2.