หน้าหลัก » ข่าวสุขภาพ งูสวัด อีสุกอีใส » อีสุกอีใส มักระบาดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

อีสุกอีใส มักระบาดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

โพสโดย : pure | วันที่ : 4 August 2014
หมวดหมู่ : ข่าวสุขภาพ, งูสวัด, อีสุกอีใส

อีสุกอีใส มักระบาดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

อีสุกอีกใส เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด คือไวรัสวาริเซลลา หรือฮิวแมน เฮอร์ปีไวรัส ชนิดที่สาม โรคนี้สามารถเป็นได้ตลอดปีแต่จะระบาดมากที่สุดในช่วงต้นปี ส่วนมากมักเกิดขึ้นกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 10 ขวบ อาการจะไม่รุนแรงนักผู้ที่เป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันโรคไปตลอด อาจเป็นซ้ำบ้างแต่จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก บางคนเชื้ออาจแฝงตัวตามปมประสาท ทำให้เมื่อแก่ตัวขึ้นหรือภูมิต้านทานต่ำลงจะปรากฎออกมาเป็นโรคงูสวัดได้

อีสุกอีใส ติดต่อกันได้เหมือนหวัดก็คือการสูดเอาละลองของน้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วย เข้าไป หรือไปสัมผัสกับตุ่มน้ำโดยตรงจากผู้ป่วย หรือสัมผัสผ่านทางสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วประมาณ 10-20 วันจะมีอาการไข้ขึ้น ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ปวดหัว เบื่ออาหาร มีผื่นแดงขึ้นตามตัว อาจขึ้นตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มีไข้เลยก็ได้ โดยจะทยอยขึ้นจนเต็มตัวภายใน 3-4 วัน ตุ่มจะมีขนาดและลักษณะที่แตกต่งกัน บางแห่งก็เป็นผื่นราบ บางแห่งก็เป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง แล้วจึงตกสะเก็ด

การรักษาอีสุกอีใสนั้นควรไปพบแพทย์ เพื่อรับยา โรคนี้โดยทั่วไปจะหายได้เองภายใน 1-3 อาทิตย์ ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้มาก รักษาร่างกายให้อบอุ่น ดื่มน้ำให้มาก ๆ หากมีไข้ใช้ยาลดไข้พาราเซตตามอลห้ามใช้แอสไพรินเพราะตับอาจอักเสบได้ ควรตัดเล็บให้สั้น อย่างเกาหรือแกะตุ่มน้ำเพราะจะทำให้ติดเชื้อและเกิดแผลได้ ควรอาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด และควรหยุดเรียนหรือหยุดงานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อมิให้เชื้อแพร่ไปติดผู้อื่น ซึ่งในระยะนี้ควรระวังโรคแทรกซ้อนอันได้แก่ แก้วหูอักเสบ ปอดอักเสบ ตับอักเสบหรือติดเชื้อในสมอง หากผู้ป่วยมีอาการปวดหู หายใจเหนื่อย ไอ เจ็บหน้าอก ตาเหลืองตัวเหลือง หรือปวดหัวมากควรรีบไปพบแพทย์

อีสุกอีใสนี้มีวัคซีนฉีดป้องกันได้ และใช้กันมานานแล้วด้วย สามารถป้องกันได้กว่าร้อยละ 90 โดยจะฉีดให้เด็กที่อายุ 1 ขวบขึ้นไป สามารถขอรับวัคซีนได้ตามคลินิกทั่วไปค่ะ

แสดงความคิดเห็น